สาวนำทองแม่น้ำโขง มาให้ “นะโม” ตรวจสอบ หลังเคยไปขายร้านอื่นโดนประเมินได้แค่ 5 หมื่น ล่าสุดรู้ราคาจริงน้ำตาแทบไหล
กลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจ เมื่อหญิงรายหนึ่งจากพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง นำก้อนทองคำธรรมชาติหรือที่เรียกว่า “ทองแม่น้ำโขง” จำนวนหนึ่งไปให้ช่างทองตรวจสอบ หลังรวบรวมมาจากการร่อนทองตามวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งผลตรวจสอบพบว่ามีค่าความบริสุทธิ์สูง และประเมินมูลค่าแล้วทำเอาน้ำตาแทบไหล

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ร้านทองของ “นะโม บ้านช่างทอง” เมื่อหญิงเจ้าของทองนำก้อนทองสีเหลืองอร่ามจำนวนมากมาให้ตรวจสอบ โดยระบุว่าทองเหล่านี้ได้มาจากการร่อนทองตามธรรมชาติบริเวณริมฝั่ง แม่น้ำโขง ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่มานาน
ระหว่างการพูดคุย นะโม เจ้าของร้าน ได้สอบถามถึงที่มาของทองคำดังกล่าว จนทราบว่า ชาวบ้านจะขุดดินจากริมแม่น้ำมาร่อนเพื่อหาเม็ดทองขนาดเล็กมาก บางเม็ดมีขนาดเล็กละเอียดเท่าเส้นผม จากนั้นจะใช้ปรอทเป็นตัวล่อให้เม็ดทองรวมตัวกันเป็นก้อน
เมื่อได้ก้อนโลหะสีเงินที่เป็นทองผสมปรอทแล้ว จะนำไปห่อด้วยผ้าขาวบางและบีบปรอทออก ก่อนนำไปเผาไฟเพื่อให้ได้สีทองตามธรรมชาติกลับมา ซึ่งก้อนทองขนาดใหญ่บางก้อนอาจต้องใช้เวลาสะสมถึง 12 – 13 วัน ส่วนก้อนขนาดเล็กใช้เวลาประมาณ 4 – 5 วัน โดยก่อนหน้านี้เจ้าของทองเคยนำไปสอบถามราคาจากที่อื่น ซึ่งประเมินไว้เพียงราว 50,000 บาท
ภายหลัง นะโมได้นำทองดังกล่าวเข้าเครื่องเอกซเรย์เพื่อตรวจสอบ พบว่ามีค่าความบริสุทธิ์ประมาณ 92 – 93% แต่ยังมีคราบสกปรกปนอยู่ จึงนำไปหลอมแยกอีกครั้ง ซึ่งผลตรวจพบว่าความบริสุทธิ์ยังคงอยู่ที่ประมาณ 92%

ช่างทองอธิบายเพิ่มเติมว่า ทองคำจากธรรมชาติในแต่ละแหล่งจะมีเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์แตกต่างกัน โดยทองจากแม่น้ำโขงมักมีแร่เงินผสมอยู่ตามธรรมชาติในระดับค่อนข้างสูง หลังจากหลอมแล้ว น้ำหนักทองลดลงจากเดิม 37 กรัม เหลือประมาณ 33 กรัม เนื่องจากมีสิ่งเจือปน เช่น หิน กรวด และคราบสกปรกขนาดเล็กที่ติดมากับทองดิบ
แม้ความบริสุทธิ์จะไม่ถึงระดับ 99.99% แต่เนื้อทองที่ได้มีความสวยงาม และเมื่อประเมินราคาแล้วมีมูลค่าเกือบ 200,000 บาท ทำให้หญิงเจ้าของทองถึงกับยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
เจ้าของทองยังเปิดเผยว่า รู้สึกสบายใจและดีใจที่ได้นำทองมาตรวจสอบกับ นะโม เพราะนอกจากจะได้ทราบมูลค่าที่แท้จริงแล้ว ยังได้รับความรู้เกี่ยวกับแร่ทองคำธรรมชาติเพิ่มเติมด้วย
อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทางกลับ นะโมยังกล่าวขอบคุณหญิงรายดังกล่าวที่นำเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับทองจากแม่น้ำโขงมาแบ่งปัน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาชาวบ้านที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ริมโขงอย่างน่าสนใจ

