หมอเตือน! คนปวดหัวบ่อยๆ ให้สังเกต 4 สัญญาณ อย่ารอดูอาการนาน ให้รับไปโรงพยาบาลทันที

วันที่ 21 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “หมอเจด” ระบุว่า อาการมันไม่ได้มาเตือนดัง ๆ ก่อนเสมอไป บางคนยังเดิน ยังพูด ยังทำงานได้ปกติ แต่ข้างในหลอดเลือดกำลังค่อย ๆ ตีบลงทุกวัน จากไขมัน จากน้ำตาล จากความดันที่คุมไม่ดี พอถึงจุดหนึ่ง เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ก็เกิดอาการเฉียบพลัน เช่น พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือบางคนหมดสติไปเลย สิ่งที่ผมอยากให้เข้าใจคือ “มันป้องกันได้” ครับ แต่ต้องเริ่มจากสิ่งที่ทำทุกวัน ไม่ใช่รอให้มีอาการก่อน

1.คุมน้ำตาลไม่ให้แกว่ง น้ำตาลในเลือดที่สูงบ่อย ๆ จะไปทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการอักเสบ และสะสมเป็นคราบไขมันในระยะยาว หลอดเลือดจะตีบลงโดยไม่รู้ตัว ควรลดน้ำหวาน ขนมหวาน และแป้งขัดขาว เลือกกินคาร์บเชิงซ้อน และพยายามไม่ปล่อยให้น้ำตาลพุ่งขึ้นลงทั้งวัน

2.ลดไขมันไม่ดี เพิ่มไขมันดี ไขมัน LDL ที่สูง จะไปเกาะผนังหลอดเลือด กลายเป็นคราบ ทำให้เลือดไหลผ่านยากขึ้น เสี่ยงอุดตันได้ง่าย ควรลดของทอด ของมัน เนื้อสัตว์ติดมัน และเพิ่มไขมันดีที่มีโอเมก้า-3 เช่น ปลา ถั่ว อะโวคาโด จะช่วยลดการอักเสบและทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่นมากขึ้น

3.คุมความดันให้นิ่ง ความดันสูงไม่ได้แค่ตัวเลขขึ้น แต่คือแรงดันที่ไปกระแทกผนังหลอดเลือดทุกวัน ทำให้หลอดเลือดแข็ง เสื่อม และแตกหรืออุดตันได้ง่าย ยิ่งปล่อยให้สูงแบบเรื้อรัง ผนังหลอดเลือดจะยิ่งหนาและตีบลงเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว ควรลดเค็ม เลี่ยงอาหารแปรรูป อ่านฉลากโซเดียม และหมั่นวัดความดันเป็นระยะ โดยเฉพาะคนที่มีประวัติครอบครัวหรือเคยมีค่าความดันสูงมาก่อน จะช่วยลดความเสี่ยงระยะยาวได้จริง

4.ขยับร่างกายทุกวัน การนั่งนิ่งนาน ๆ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานหลายชั่วโมงติดกัน การลุกเดิน ยืดเหยียด หรือออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน วันละ 20-30 นาที จะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวดีขึ้น ลดการสะสมของไขมัน ลดน้ำตาลในเลือด และช่วยให้หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว

5.นอนให้พอ ลดการอักเสบ การนอนน้อย นอนดึก หรือนอนหลับไม่ลึก จะทำให้ฮอร์โมนความเครียดสูงขึ้น ส่งผลให้ทั้งความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือดแย่ลงโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งยังกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวเร่งให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วขึ้น ควรพยายามนอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมงต่อคืน และเข้านอนให้เป็นเวลา เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูหลอดเลือดอย่างเต็มที่ในทุกคืน

6.ไม่อยากให้เสี่ยงเพิ่ม ให้สังเกตสัญญาณเตือนตามนี้ด้วยนะ

-พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง

-หน้าเบี้ยว ยิ้มไม่เท่ากัน

-แขนหรือขาอ่อนแรงข้างเดียว

-เวียนหัว เดินเซ มองเห็นภาพซ้อน

ถ้ามีอาการแบบนี้ อย่ารอดูอาการ เพราะทุกนาทีมีผลต่อสมอง ต้องไปโรงพยาบาลทันที เส้นเลือดสมองตีบไม่ได้เกิดขึ้นวันเดียว แต่มาจากพฤติกรรมสะสมทุกวัน ยิ่งคุมอาหาร คุมความดัน ขยับร่างกาย และนอนให้ดีได้เร็วเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น อย่ารอให้มีอาการก่อน เพราะบางครั้งมันอาจไม่ให้โอกาสแก้ตัวได้ทัน